เช็คสัญญาณสุขภาพอาการปวดคอและหลัง ความเสี่ยงของคนทำงาน

 

Doctor Talk 

เช็คสัญญาณสุขภาพอาการปวดคอและหลัง ความเสี่ยงของคนทำงาน

หลายๆ คนคงนึกไม่ถึงว่า คนหนุ่มสาววัยทำงานที่ยังแข็งแรงก็สามารถเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมได้สัญญาณเล็กๆ น้อยๆ จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการทำงานในปัจจุบัน เช่น การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ การก้มเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน      จนรู้สึกปวดคอ บ่า ไหล่ และหลัง รวมถึงอาการร้าวไปที่แขน ขา บางรายรุนแรงถึงขั้นมีอาการชา พฤติกรรมเหล่านี้หากจัดวางท่าทางไม่ถูกวิธี และทำจนชิน      เป็นนิสัย ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคได้

ปวดคอ ปวดหลัง หากรู้ทัน ลดเสี่ยงอันตรายได้

ปวดคอ ร้าวลงแขน ลักษณะการปวดแบ่งเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ เป็นการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และการปวดจม ปวดร้าว ลามไปที่แขน ข้อศอกหรือมือ อาจพบว่ามีอาการชาร่วมด้วย โดยลักษณะของการปวดร้าวดังกล่าว มักพบว่าเป็นการปวดของเส้นประสาทบริเวณไขสันหลัง อาจเกิดจากการอักเสบ การถูกกดทับ     นำไปสู่โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม หรือมีหินปูนเกาะบริเวณกระดูกสันหลังเข้าไปกดเส้นประสาท  และจะมีภาวะอ่อนแรงในผู้ที่มีอาการรุนแรง

ปวดหลัง ร้าวลงขา มีอาการปวดร้าวทับเส้นประสาท ลงสะโพก ลงขา อาจเกิดจากหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือเคลื่อนไปทับเส้นประสาท มีหินปูนหรือกระดูกทับเส้นประสาท

โรคหมอนรองกระดูก  รักษาได้ด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง  แผลเล็ก  เจ็บน้อย  ฟื้นตัวไว 

การผ่าตัดโดยวิธีใช้กล้อง Endoscope เป็นเครื่องมือที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็ก มีเลนส์รับภาพอยู่ตรงปลายท่อสอดเข้าไปในตัวผู้ป่วย สามารถมองเห็น อวัยวะต่างๆ ของผู้ป่วยได้ชัดเจน ขนาดแผลประมาณ 7-8 มิลลิเมตร

การผ่าตัดโดยวิธีใช้กล้อง Microscope เป็นการใช้กล้องขยายภาพในบริเวณที่ทำการผ่าตัด กล้องจะอยู่ด้านนอกตัวผู้ป่วย สามารถมองเห็นและทำการผ่าตัด  ได้ละเอียดชัดเจน  วิธีนี้ใช้สำหรับการผ่าตัดกับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือเป็นบริเวณใหญ่ ขนาดแผลประมาณ 2.5 เซนติเมตร

 

 

เช็คสัญญาณสุขภาพ อาการปวดแบบไหนที่ควรพบแพทย์?

รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน มีอาการปวดหรืออักเสบแบบเฉียบพลัน ขยับตัวลำบาก  

มีอาการปวดต่อเนื่อง  ระดับความปวดไม่มาก ไม่รุนแรง แต่ปวดนานเกิน 4-6 สัปดาห์

 

 

 

 

จัดวางท่า บอกลาอาการปวด

 

ปรับท่าทาง ควรปรับเปลี่ยนอิริยาบถ ทุกๆ 1 ชม. หากนั่งนาน ควรลุกขึ้นยืน เดิน ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

 

 

 

 

จัดพื้นที่ให้รู้สึกสบาย ใช้โต๊ะ-เก้าอี้ และสิ่งของต่างๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

 

 

 

ออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสาย เสริมสร้างความแข็งแรง

 

 

 

 

 

หลีกเลี่ยงท่าทางที่ไม่ถูกต้อง  เช่น นั่งหลังค่อม นั่งไขว่ห้างนานๆ หยิบของในระยะเกินเอื้อม ก้มลงยกของหนัก

 

 

 

 

 

 

 

 

เช็กสุขภาพหลังหายจากโควิด-19 หากมีอาการน่าสงสัยให้รีบพบแพทย์

 

Doctor Talk

เช็กสุขภาพหลังหายจากโควิด-19 หากมีอาการน่าสงสัยให้รีบพบแพทย์

เช็กสุขภาพหลังหายจากโควิด-19 หากมีอาการน่าสงสัยให้รีบพบแพทย์เมื่อรักษาโรคโควิด-19 จนหายดี คือตรวจไม่พบเชื้อในร่างกายแล้ว ผู้ป่วยบางรายอาจยังรู้สึกว่ามีอาการบางอย่างหลงเหลืออยู่ หรือบางครั้งก็มีอาการที่เคยเป็นกลับมาใหม่เมื่อกลับไปบ้านแล้ว ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะเกิดในกลุ่มผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภาวะอ้วน และผู้ที่มีโรคประจำตัว อาทิ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหอบหืด โรคเบาหวาน และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นต้น โดยอาการที่ยังหลงเหลือนี้ เราเรียกว่า ลองโควิด (Long COVID)  ซึ่งเป็นอาการที่เกิดกับผู้ป่วย      โควิด-19 หลังจากได้รับเชื้อนาน 4 สัปดาห์ ไปจนถึง 12 สัปดาห์ขึ้นไป

 

อาการลองโควิด (Long COVID) ที่พบบ่อย

• อ่อนเพลียเรื้อรัง
• เหนื่อยง่าย อ่อนแรง
• ปวดศีรษะ
• ความจำผิดปกติ

 

• ไอ เจ็บแน่นหน้าอก
• หายใจลำบาก หายใจติดขัด หายใจไม่อิ่ม
• สมาธิจดจ่อลดลง

 

 

 

• จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส
• ท้องร่วง ท้องเสีย
• ปวดกล้ามเนื้อ ข้อต่อ
• ซึมเศร้า เครียด วิตกกังวล

 

 

      ดังนั้น หากท่านมีอาการต่างๆ เหล่านี้ จนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน โปรดอย่านิ่งนอนใจ ให้รีบไปพบแพทย์เฉพาะทางจะดีกว่า ทั้งนี้ ที่ศูนย์อายุรกรรม รพ.พญาไท 2 พร้อมดูแลทุกท่าน โดยสามารถสอบถามและนัดหมายแพทย์ล่วงหน้าได้ทาง HealthUp Application หรือ โทร. 02-617-2444 ต่อ 5418, 5419 ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00–19.00 น.

 

Health Check Up ตรวจสุขภาพตามไลฟ์สไตล์ ปรับแผนการดูแลสุขภาพ ในแบบที่เหมาะกับคุณ

                                                          บทความโดย: พญ.ธนีศา ภานุมาตรัศมี แพทย์หัวหน้าศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลพญาไท 1

ความแตกต่าง ทำให้เราทุกคนนั้นมีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารที่ชอบรับประทาน การท่องเที่ยวพักผ่อน การออกกำลังกาย หรืองานอดิเรกต่างๆ
รวมถึงรูปแบบการดูแลสุขภาพร่างกายของแต่ละคน ปัจจุบันการใช้ชีวิตของคนเรานั้น
ถูกปรับเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมของสังคม ทำให้ไลฟ์สไตล์มีความหลากหลายมากขึ้น
 
เพราะรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน การตรวจสุขภาพให้ตรงตามไลฟ์สไตล์จึงเป็นอีกทางเลือก
ที่ช่วยให้เราสามารถวางแผนรับมือการดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น
แต่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจเพิ่มเติมกันก่อนว่าไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบไหน มีความเสี่ยงอย่างไรบ้าง
 
กลุ่มคนทำงานหนัก
คนวัยทำงานคือช่วงวัยที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว จึงมักละเลยการดูแลสุขภาพ ใช้ชีวิตเร่งรีบ เกิดความเครียดสะสม
คนในกลุ่มนี้มักมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดในสมองแตก ตีบ ตัน ออฟฟิศซินโดรม
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ กรดไหลย้อน ไปจนถึงปัญหาทางด้านสุขภาพจิตใจได้ง่าย
 
 
กลุ่มปาร์ตี้
กลุ่มคนที่รักการสังสรรค์ ชอบเข้าสังคม ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ในบางรายอาจมีการสูบบุหรี่ร่วมด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพที่เกี่ยวกับ ตับ ไต และปอด หรืออาจตามมาด้วยโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน เป็นต้น
 
 
 
 
กลุ่มชอบออกกำลังกาย
ในกลุ่มคนที่ชอบออกกำลังกาย บางครั้งอาจมีความเข้าใจผิดอย่างการออกกำลังกายหนักๆ เป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพ หรือการรับประทานอาหารคลีน กินคีโต
กิน Low Carb หรือทำ IF ไม่น่าจะเป็นบ่อเกิดของปัญหาทางด้านสุขภาพได้ แต่เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้น เหมาะสมกับสภาพร่างกายของเราหรือไม่ เช่น นักกีฬาที่ออกกำลังกายหนักทุกวันอาจจะมีคอเรสเตอรอลในระดับที่สูง เพราะคิดว่าหลังจากออกกำลังกายแล้วจะทานอะไรก็ได้ หรือการเลือกรับประทานอาหารอย่างผิดๆ เพื่อลดน้ำหนัก ทั้งหมดนี้หากไม่ได้รับคำแนะนำจากนักโภชนาการอย่างถูกต้อง อาจกลายเป็นผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ดังนั้น
เราควรปรับรูปแบบพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และออกกำลังกายให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองตามไปด้วย
เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากพฤติกรรมของตัวเราเอง
 
 
กลุ่มกรรมพันธุ์
นอกจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลแล้ว สิ่งที่ยังต้องเฝ้าระวังอีกอย่าง คือเรื่องของโรคทางกรรมพันธุ์ที่ถ่ายทอดภายในครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นอีกด้วย ซึ่งโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมมีมากมายหลายชนิด โดยโรคทางพันธุกรรมที่พบได้บ่อย เช่น มะเร็ง เบาหวาน หัวใจ หากคนในครอบครัวของคุณมีประวัติเป็นโรคเหล่านี้ ควรเช็คสุขภาพตัวเองเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ และป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง
เพื่อเตรียมความพร้อมสุขภาพร่างกาย และป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง
 
กลุ่มผู้สูงวัย
เป็นกลุ่มที่ควรต้องดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ หมั่นตรวจเช็คสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพราะในช่วงวัยนี้ร่างกายจะเริ่มเสื่อมถอยขึ้นอย่างชัดเจน
ไม่กระฉับกระเฉงเหมือนเดิม การทำงานของระบบเผาผลาญที่น้อยลง ไปจนถึงระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ ที่เริ่มเสื่อมสภาพตามวัย อย่างกระดูกพรุน
ข้อเข่าเสื่อม โรคต้อในดวงตา โรคไต โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง หรือไปจนถึงโรคอัลไซเมอร์ เป็นต้น
 
 
ไม่ว่าคุณจะมีพฤติกรรมแบบไหนก็สามารถปลอดภัยห่างไกลโรคได้ ขอเพียงแค่ดูแลสุขภาพของตนเองให้ดีในทุกด้าน
ปรับเปลี่ยนแผนการใช้ชีวิตให้เหมาะสม ทานอาหารครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นตรวจเช็ค อัพเดทสุขภาพเป็นระยะๆ
โอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคก็จะลดลง เพราะหากร่างกายเกิดความเปลี่ยนแปลง หรือผิดปกติ ก็จะสามารถเตรียมตัวรับมือได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

ผดร้อนในเด็ก ดูแลอย่างไรให้ถูกวิธี

Doctor Talk ภาวะผดร้อนของลูกน้อย

เพราะน้ำนมแม่คืออาหารหลักของทารกในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต
โดยองค์การอนามัยโลกแนะนำให้น้ำนมแม่เป็นแหล่งอาหารหลักเพียงอย่างเดียวเนื่องจากมีคุณสมบัติและสารอาหารที่ครบถ้วนเหมาะสมกับทารกในการเจริญเติบโตและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันอย่างไรก็ตามภาวะโภชนาการและสารอาหารที่คุณแม่รับประทานโดยองค์การอนามัยโลกแนะนำให้น้ำนมแม่ เป็นแหล่งอาหารหลักเพียงอย่างเดียวเนื่องจากมีคุณสมบัติและสารอาหารที่ครบถ้วนเหมาะสมกับทารกในการเจริญเติบโตและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตามภาวะโภชนาการและสารอาหารที่คุณแม่รับประทานในแต่ละวันมีผลต่อคุณภาพและสารอาหารในน้ำนมแม่

“เพราะร่างกายของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์เต็มที่
คุณแม่จคงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
และไม่ควรมองข้ามปัญหาเล็กๆ เพราะอาจนำไปสู่ภาวะ SIDS
ที่อันตรายต่อลูกน้อยมากกว่าที่คิด”

โดยองค์การอนามัยโลกแนะนำให้น้ำนมแม่เป็นแหล่งอาหารหลักเพียงอย่างเดียวเนื่องจากมีคุณสมบัติและสารอาหารที่ครบถ้วนเหมาะสมกับทารกในการเจริญ-เติบโตและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันอย่างไรก็ตามภาวะโภชนาการและสารอาหารที่คุณแม่รับประทานโดยองค์การอนามัยโลกแนะนำให้น้ำนมแม่ เป็นแหล่งอาหารหลักเพียงอย่างเดียวเนื่องจากมีคุณสมบัติและสารอาหารที่ครบถ้วนเหมาะสมกับทารกในการเจริญเติบโตและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม ภาวะ-โภชนาการและสารอาหารที่คุณแม่รับประทานในแต่ละวันมีผลต่อคุณภาพและสารอาหารในน้ำนมแม่

 

 

โดยองค์การอนามัยโลกแนะนำให้น้ำนมแม่เป็นแหล่งอาหารหลักเพียงอย่างเดียวเนื่องจาก มีคุณสมบัติและสารอาหารที่ครบถ้วนเหมาะสมกับทารกในการเจริญเติบโตและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันอย่างไรก็ตามภาวะโภชนาการและสารอาหารที่คุณแม่รับประทาน โดยองค์การอนามัยโลกแนะนำให้น้ำนมแม่ เป็นแหล่งอาหารหลักเพียงอย่างเดียวเนื่องจาก        มีคุณสมบัติและสารอาหารที่ครบถ้วนเหมาะสมกับทารกในการเจริญเติบโตและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตามภาวะโภชนาการและสารอาหารที่คุณแม่รับประทานในแต่ละวันมีผลต่อคุณภาพและสารอาหารในน้ำนมแม่

“เพราะการใช้เวลานอกบ้านเป็นเรื่องสำคัญ
รถเข็นที่รองรับสรีระและระบายความร้อนได้ดี
จะช่วยให้ลูกน้อยสบายตัว คลายความกังวลของคุณแม่
และสนุกกันได้อย่างเต็มที่”