Trend Update : Health Trends Coming Into Focus in 2023 เน้นเสริมสร้างสุขภาพจิต-ฟิตร่างกายให้แข็งแรง

 

TREND UPDATE:  Health Trends Coming Into Focus in 2023 
เน้นเสริมสร้างสุขภาพจิต-ฟิตร่างกายให้แข็งแรง

 

ในช่วงที่ผ่านมา หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพจิตมากขึ้น โดยเฉพาะในวัยทำงาน

เป็นวัยที่มักเจอกับความกดดันในหน้าที่ความรับผิดชอบต่าง ๆ การหาความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตส่วนตัวและการทำงาน

สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิต อาจทำให้คนในกลุ่มที่ไม่ได้ป่วย อาจเกิดปัญหาความเครียด ความวิตกกังวล มีความไม่สบายใจ

หรือรู้สึกเศร้าหมองใจ จนกลายเป็นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตได้ หาไม่ดูแลให้ดี ก็จะส่งผลกระทบทั้งกายและใจ

การดูแลสุขภาพจิตและสุขภาพกายสำหรับคนรุ่นใหม่ที่เป็นเทรนด์น่าจับตามองในปี 2023 อาจเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพของคุณได้

 

Body Clock of the Human

หรือนาฬิกาชีวิต การกำหนดเวลานอน เป็นวิธีหนึ่งในการปรับสมดุลนาฬิกาชีวิต  ซึ่งอวัยวะภายในร่างกายถูกควบคุมด้วยสมอง สั่งการให้ระบบต่างๆ ทำงานตามหน้าที่ อาทิ การตื่น การนอนหลับ การหลั่งฮอร์โมน การเผาผลาญ ฯลฯ ดังนั้น จึงควรจะหลับสนิทในความมืดก่อนเที่ยงคืนหรือนอนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หลีกเลี่ยงการใช้ยานอนหลับแต่สร้างบรรยากาศผ่อนคลายเพื่อให้หลับง่าย วิธีนี้จะทำให้ร่างกายเสริมสร้างการผลิตฮอร์โมนที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคและต่อต้านความแก่ชราได้อย่างเต็มที่ ส่งผลต่อพฤติกรรมและการควบคุมอารมณ์อีกด้วย

Mental Health & Wellness Workplace

การทำงานเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่เรียกได้ว่า เราใช้เวลามากที่สุดถึง 8 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น และไม่อาจหลีกเลี่ยงความเครียดและความกังวลต่างๆ จากงานได้ ลองหากิจกรรมทำระหว่างช่วงที่พัก เช่น การออกไปเดินเล่นข้างนอกเปลี่ยนบรรยากาศ ดูต้นไม้สีเขียวๆ พักสายตา หรือแชร์เรื่องราวดีๆ ให้กับเพื่อนร่วมงาน เชื่อว่าทุกคนจะผ่อนคลายหายเครียดและรู้สึกดีขึ้นแน่นอน

Healing Power of Meditation

ในแต่ละวันเราพบกับเรื่องราวมากมาย ไม่แปลกที่การจัดการความยุ่งเหยิงในจิตใจเป็นสิ่งที่ยาก การนั่งสมาธิ ลองแบ่งเวลาสัก 10-15 นาทีต่อวัน นั่งสมาธิ อาจจะเป็นช่วงเวลาพัก  หรือช่วงก่อนนอน จะช่วยทำให้เราจดจ่อกับปัจจุบัน ไม่นึกถึงอดีตด้วยความเศร้าหมอง ไม่คาดหวังกับอนาคตมากจนเกินไป ใส่ใจกับการทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ช่วยบริหารสมองให้เรารู้เท่าทันอารมณ์และเลือกที่จะตอบสนองและรับมือกับปัญหาต่างๆ ที่ต้องเผชิญได้อย่างเหมาะสม        

Movement Snacks

เป็นวิธีเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการออกกำลังกายแบบสั้นๆ ประมาณ 10-15 นาที โดยคำนึงถึงความสะดวกของสภาพแวดล้อมรอบตัว เช่น การนั่งบนรถ นั่งทำงาน การอยู่ในชั่วโมงที่เร่งรีบ แนวคิดนี้เป็นวิธีที่เหมาะกับคนในยุคปัจจุบันที่มีความเร่งรีบ แต่ต้องการยืดเส้นยืดสาย คลายความปวดเมื่อย  เช่น เดินไปทำงานหรือเดินข้ามระหว่างตึกในระยะสั้นๆ, การวิ่งขึ้น-ลงบันไดเบาๆ  หรือหากมีพื้นที่ให้สามารถออกกำลังกายง่ายๆ อย่างกระโดดสลับขา ทำท่าพิงกำแพง ก็ลองทำดู หากทำเป็นประจำก็ช่วยเสริมสร้างการเคลื่อนไหวของร่างกายได้เหมือนกัน

Low-Impact Workouts

การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องลงแรง ทุ่มน้ำหนักเสมอไป การออกกำลังกายแบบลดแรงกระแทก ตอบโจทย์สำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างมาก หรือมีปัญหาเข่า ข้อกระดูก และลดการบาดเจ็บได้ แนะนำให้เริ่มง่ายๆ ด้วยวิธีการเดินเบาๆ วันละ 10 นาที เมื่อร่างกายคุ้นชินค่อยปรับเวลาขึ้นเรื่อยๆ หรือการว่ายน้ำ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีแรงกระแทกน้อยที่สุด  แต่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ข้อกระดูกและเพิ่มการสูบฉีดเลือดได้ดีมากอีกวิธีหนึ่ง

Health & Fitness Apps

ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบ Social Distancing มาระยะหนึ่ง คนเข้าฟิตเนสน้อยลง ผู้คนจึงหันมาออกกำลังกายโดยใช้ Applications ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยสร้างแรงจูงใจการออกกำลังกายในทุกๆ วัน พร้อมติดตามข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล  ข้อดีคือ สามารถจัดโปรแกรมได้เฉพาะบุคคลตามเวลาที่เราสะดวก รู้ข้อมูลส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ปริมาณไขมัน อัตราการเต้นของหัวใจ คุณภาพการนอนหลับ พฤติกรรมการกินได้ด้วย เปรียบเสมือนมีเทรนเนอร์ส่วนตัวอยู่กับเราตลอด 24 ชั่วโมง

Plant-Based Food

ความอร่อยแบบไร้เนื้อ ผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชที่ให้โปรตีนสูง เช่น ถั่ว, เห็ด, สาหร่าย, ข้าวโอ๊ต, อัลมอนด์, ธัญพืช  ฯลฯ  วัตถุดิบเหล่านี้สร้างเป็นอาหารเลียนแบบเนื้อสัตว์ อย่างเนื้อวัว เนื้อหมู ที่ให้รส รูป กลิ่น ใกล้เคียงเนื้อสัตว์  ทางเลือกของผู้บริโภคในการทานอาหารเพื่อสุขภาพ เจาะกลุ่มคนที่อยากกินเพื่อเปลี่ยนตัวเอง และกินเพื่อเปลี่ยนโลก เพราะช่วยลดการปล่อยมลพิษที่เกิดจากการผลิตอาหาร เชื่อได้ว่าในอนาคตอาจกลายเป็น Mega Trend ได้ในไม่ช้า

             

เทรนด์สุขภาพแนวใหม่ในปี 2023 นี้ ลองปรับใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณ เริ่มต้นจากการทำทีละเล็กละน้อย

ค่อยๆ สั่งสมไปสู่การมีสุขภาพกายที่สมบูรณ์ จิตใจที่แจ่มใสเบิกบาน และดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

คือเป้าหมายของการมีอายุที่ยืนยาว

 

เรียบเรียงข้อมูลจาก

บทความ “2023 Wellness Trends We’re Watching”  by Lexy Parsons

บทความ “นาฬิกาชีวิต (Body Clock)” เว็บไซต์กรมสุขภาพจิต

บทความ “วิธีออกกำลังกายลดน้ำหนักแบบ Low Impact” เว็บไซต์ Kapook

 

 

 

Trend Update : ปรับเปลี่ยนท่า สร้างความฟิตให้ร่างกาย

Trend Update ปรับเปลี่ยนท่า สร้างความฟิตให้ร่างกาย
 
 
 
        หนุ่มสาวชาวออฟฟิศที่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ มักมีอาการปวดเมื่อตามร่างกาย อาการที่พบบ่อยคือ ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง ทุกครั้งที่มีอาการปวดขึ้นบนร่างกาย เราควรหาสาเหตุว่าอาการปวดเมื่อยเกิดจากอะไร   หลายคนคิดว่า จัดวางท่าทางนั่ง นอน เดินอย่างถูกต้องแล้ว แต่ทำไมยังมีอาการปวดเมื่อยอยู่ นั่นเพราะการจัดวางท่าที่เหมาะสม อาจไม่ได้เป็นสาเหตุที่แท้จริงของความปวดเมื่อย บางคนอาจเป็นรุนแรงถึงขั้นปวดเรื้อรัง และส่งผลต่อสุขภาพ  ในระยะยาว ลองสังเกตดูว่า อาการปวดเมื่อยของคุณมีปัจจัยเหล่านี้เกี่ยวข้อง
ด้วยหรือไม่?            
                                                                                 
ปรับเปลี่ยนท่า ป้องกันอาการปวดเมื่อย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

โปรแกรม ALL YOU CAN FITS  โปรแกรมที่ช่วยให้คุณเรียนรู้ร่างกายตนเอง ตรวจประเมินโครงสร้างสรีระของร่างกายพร้อมหาต้นตอ สาเหตุและวิเคราะห์อาการปวดเมื่อยและความผิดปกติต่างๆ แบบเฉพาะบุคคล ช่วยปรับความสมดุลของกล้ามเนื้อ ช่วยปรับพฤติกรรม และไลฟ์สไตล์ เพื่อการสุขภาพที่ดีในระยะยาว โดยผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัด

สนใจโปรแกรม ALL YOU CAN FITS สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล โทร. 1772

 

 

 

 
 
    ข้อมูลโดย คุณมีน-ฐิติ ตังคะพิภพ
    นักกายภาพบำบัดชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลพญาไท 2     

Trend Update : “รวบรวมมาให้แล้วกับ 10 Application ที่ควรดาวน์โหลด” ลงสมาร์ทโฟนของคุณครบจบในเครื่องเดียว

Trend Update

ทุกวันนี้เทคโนโลยีต่างเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ช่วยให้ทุกคนได้สะดวกสบายในทุกมิติของการใช้ชีวิต อย่างสมาร์ทโฟน เครื่องมือที่ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นด้วย Application ต่างๆ ที่นอกจากจะให้ความบันเทิงแล้วยังช่วยปกป้องสุขภาพของผู้ใช้งานอีกด้วย โดยเรา “รวบรวมมาให้แล้วกับ 10 Application ที่ควรดาวน์โหลด” 

 


COVID-19 Tracker แอปพลิเคชันที่ผู้ใช้สามารถติดตามสถานะผู้ติดเชื้อ รวมถึงพื้นที่เสี่ยงต่างๆ เป็นแอปพลิเคชันที่ใช้งานสะดวก และง่ายโดยใช้สัญลักษณ์ต่างๆ แสดงบนแผนที่ เช่นเคสที่มีการคอนเฟิร์มการติดเชื้อจะเป็นจุดวงกลมสีแดงกระพริบ สำหรับเคสที่ผู้ป่วยรักษาหายแล้วจะเป็นไอคอนสีเขียว กระจายอยู่ในแผนที่ เป็นต้น ซึ่งจะแสดงผลแบบเรียลไทม์ พร้อมระบุพิกัดและรายละเอียดของผู้ติดเชื้อในประเทศไทย

 

Away COVID-19 มินิแอปพลิเคชันของ LINE เป็นมินิแอปที่จะช่วยให้คุณเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เพียงกดเพิ่มเพื่อน (Add friend) ที่บัญชี Away Covid-19 ก็จะมีเมนูการใช้งานให้เลือกใช้ ครอบคลุมตั้งแต่การอัปเดตสถิติผู้ติดเชื้อในไทย ฟังก์ชันการค้นหาเส้นทางไปสถานบริการตรวจเชื้อ COVID-19 แผนที่ข้อมูลร้านค้าที่จำหน่ายเจลล้างมือและหน้ากากอนามัย อีกทั้งยังมีการแจ้งเตือนก่อนเข้าใกล้พื้นที่ต่างๆ ว่าตำแหน่งที่คุณอยู่มีเคสผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้ออยู่จำนวนเท่าไร


ใกล้มือหมอ แอปพลิเคชันที่จะช่วยให้คุณนั้นอุ่นใจเหมือนมีแพทย์อยู่ด้วย 24 ชม. แอปพลิเคชันที่เอาไว้สำหรับเช็คอาการ COVID-19 แค่ปลายนิ้ว ย่อตำราแพทย์ฉบับเข้าใจง่ายให้ทุกคนได้ศึกษาหาข้อมูลที่ถูกต้องได้ด้วยตัวเองตามนโยบาย “รู้เร็ว รักษาเร็ว หายเร็ว” ของผู้พัฒนา แถมเป็นตัวช่วย อสม. คัดกรองโรคเบื้องต้นกว่าพันโรคอีกด้วย

 


หมอชนะ แอปพลิเคชันฝีมือคนไทย แอปพลิเคชันนี้จะติดตามตำแหน่งของผู้ใช้งานด้วยระบบ GPS ซึ่งสามารถติดตามการเดินทางของผู้ใช้งานผ่านการเช็คอินตามสถานที่ต่างๆ เพื่อใช้ในการประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ แอปพลิเคชันหมอชนะ ยังมีระบบ Trace Back ที่ช่วยให้เราสามารถติดตามกลุ่มเสี่ยงที่เคยอยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อได้

 


AOT Airports และ Vwatch (Virus watching system) แอปพลิเคชันสำหรับเก็บข้อมูลนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกประเทศทุกสนามบิน และคนไทยที่มาจากประเทศเสี่ยง เพื่อสะดวกในการติดตามตัวหากมีการตรวจพบว่ามีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส COVID-19 ได้ โดย AOT Airports ใช้งานด้วยระบบGPS ติดตามตัว และนอกจากนี้แอปพลิเคชั่นดังกล่าว ยังสามารถใช้กรอกแบบฟอร์ม ต.8 (ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ) ได้อีกด้วย

 


DDC-Care เป็นแอปพลิเคชันที่ถูกสร้างขึ้นโดยกรมควบคุมโรค (Department of Disease Control) ซึ่งจะช่วยในการติดตามตำแหน่ง และประเมินสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในระหว่างการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ยิ่งกว่านั้น หากเราประเมินความเสี่ยงแล้วพบว่า อยู่ในเกณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงจะได้รับเชื้อ ระบบภายในแอปพลิเคชันสามารถแนะนำให้เราติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อความช่วยเหลือได้อีกด้วย

 


NIEMS-Care นับเป็นอีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่สำคัญต่อการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับชุมชน โดยหลักการทำงานของแอปพลิเคชันนี้ คือแต่ละครัวเรือนจะมีตัวแทนทำหน้าที่รายงานสถานะสุขภาพของสมาชิกในครัวเรือนเป็นประจำโดยมีผู้ใหญ่บ้านหรือผู้แทน เป็นผู้ติดตาม และเฝ้าระวังสถานการณ์จากข้อมูลที่ปรากฏบนแอปพลิเคชัน

 

Card2U อีกหนึ่งแอปพลิเคชันฝีมือคนไทยที่ผลิตมาเพื่อคนไทย พัฒนาขึ้นให้เป็นตัวช่วยในการสอดส่องเรื่องการระบาดของ COVID-19 โดยมีการพัฒนาต่อยอดมาจากเว็บไซต์ ThaiFightCOVID ซึ่งแอปพลิเคชันนี้จะมีการนำเสนอข่าวสาร ทั้งข่าวด่วน   และข่าวประจำวันเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาด แสดงสถิติจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งประเทศ พื้นที่เสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยง รวมถึงมีช่องทางตรวจสอบข่าวปลอมได้อีกด้วย

 


Doctor A to Z เเอปพลิเคชันสำหรับ “หาหมอที่บ้านผ่านวิดีโอคอล Teleconsult” เป็นเเอปพลิเคชันทางการเเพทย์ที่ช่วยป้องกันทั้งหมอ และคนไข้เพื่อไม่ให้เสี่ยงเมื่อต้องออกไปพบเเพทย์ที่โรงพยาบาลผ่านการใช้ระบบออนไลน์ที่เรียกว่า Teleconsult     ที่ช่วยให้คนไข้หาหมอจากที่บ้านผ่านวิดีโอคอลแบบ Online Real-Time ลดความเสี่ยง ช่วย Save หมอ Save คนไข้ ถือว่าเป็นแอปพลิเคชันที่มีประโยชน์มากทีเดียว

 


Ooca แอปพลิเคชันบริการให้คำปรึกษาทางสุขภาพจิตผ่านวิดีโอคอล โดยคุณสามารถเลือกจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญตรงกับปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ พร้อมเลือกนัดหมายเวลาที่สะดวกหรือพูดคุยปรึกษาได้ทันที นอกจากนั้น Ooca (อูก้า)  ยังเปิดบริการพิเศษอย่าง Ooca x Covid-19 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อาจมีภาวะเครียดหรือตื่นตระหนก ซึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้บริการโดยเฉพาะผู้ที่ถูกกักตัว ทาง Ooca สามารถให้บริการคำปรึกษาเกี่ยวกับสภาวะจิตใจ โดยไม่ต้องเดินทางออกจากบริเวณกักตัว

Trend Update : กระบวนการจากธรรมชาติสู่การดูแลลูกน้อย

Trend Update

กระบวนการจากธรรมชาติสู่การดูแลลูกน้อย

ความบริสุทธิ์จากธรรมชาตินับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่หลายคนตามหา
เพราะผิวเด็กทารกยังบอบบางเป็นพิเศษ ดังนั้น การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ที่ต้องสัมผัสกับผิวของลูกน้อย
คุณพ่อคุณแม่จึงควรพิจารณามากเป็นพิเศษ ที่สำคัญต้องไม่มีสารประกอบที่เป็นอันตรายต่อผิวเด็ก
มีมาตรฐานรองรับเพื่อให้ผิวของลูกมีพัฒนาการอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วคุณค่าบริสุทธิ์จากธรรมชาติหาได้จากไหนบ้าง? TheSelection และ DMP Newborn จะพาทุกคนมารู้จักกับ Natural Power Process ซึ่งเป็นการสกัดที่ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความบริสุทธิ์เป็นมิตรกับผิว ทารกพร้อมสรรพคุณของธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน

“สิ่งสำคัญในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้กับลูกน้อย
ควรต้องไม่มีสารประกอบที่เป็นอันตรายต่อผิวเด็กและมีมาตรฐานรองรับ”

Natural Power Process

คืออะไร แล้วทำไมต้องเป็นวิธีนี้ บทความนี้จะเล่าให้ฟัง
Natural Power Process เป็นกรรมวิธีในการสกัดสารโดยไม่ผ่านความร้อน และสารเคมี เพื่อเก็บรักษาสารสำคัญและวิตามินที่มีประโยชน์ไว้ได้อย่างครบถ้วนและยังคงความบริสุทธิ์จากธรรมชาติ โดยวิธีการสามารถเป็นได้หลายแบบทั้งหมดเป็นกระบวนการสกัดที่แยกส่วนของน้ำหรือน้ำมันจากวัตถุดิบอย่างพืชผัก หรือผลไม้ออกมาโดยอาศัยขั้นตอนบีบอัดที่อุณหภูมิปกติ แล้วทิ้งไว้ให้ตกตะกอน โดยไม่ผ่านกระบวนการทางความร้อนหรือสารเคมีใดๆ น้ำมันที่ได้จะใส บริสุทธิ์ สะอาด ไม่มีกลิ่นหืน คงสภาพของสี กลิ่น รสชาติ รวมถึงวิตามินและสรรพคุณของทำให้ Natural Power Process เป็นที่นิยมใช้สำหรับสกัดเพื่อให้ได้สารสำคัญในการทำผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลรักษาในหลายๆ ด้าน ทั้งเพื่อการอุปโภค

 

 

พออ่านมาถึงตรงนี้คุณแม่หลายท่านอาจจะสนใจในผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนของวัตถุดิบที่ผ่านกระบวนการ Natural Power Process กันบ้างแล้ว สบู่เหลวอาบน้ำสระผมดีเอ็มพี นิวบอร์นมี Natural power process ไม่ผ่านความร้อน ทำให้คงคุณค่าสารสกัดจากธรรมชาติ 100%* โดยหนึ่งในแบรนด์ที่ให้ความสำคัญเรื่องการดูแลลูกน้อย และกระบวนการผลิตมาโดยตลอดก็คือ DMP กับผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมการใช้งาน เช่นสบู่เหลวอาบน้ำ โลชั่น ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก และผ้าเช็ดทำความสะอาดเปียก ที่เน้นย้ำเรื่องความอ่อนโยนต่อผิวอันบอบบางของทารก และได้มาตรฐาน