Key Takeaways

แผลกดทับคือภาวะที่เกิดจากแรงกดทับต่อเนื้อเยื่อเป็นเวลานาน ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกและเซลล์ผิวหนังเสียหาย ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ป่วยติดเตียง การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รวมถึงการเข้าใจระดับความรุนแรง จะช่วยให้สามารถดูแลและรักษาได้อย่างเหมาะสม การป้องกันด้วยการพลิกตัว ดูแลผิวหนัง และเสริมโภชนาการอย่างเพียงพอ เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันไม่ให้แผลลุกลามในระยะยาว

พยาบาลแนะนำวิธีป้องกันแผลกดทับสำหรับผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ

ผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ที่เคลื่อนไหวร่างกายได้น้อย มักมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับโดยไม่รู้ตัว หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม แผลอาจลุกลามจนยากต่อการรักษา

การทำความเข้าใจว่าแผลกดทับคืออะไร เกิดจากอะไร รวมถึงวิธีป้องกันและดูแลอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วยได้ในระยะยาว

Table of Contents

แผลกดทับคืออะไร ? ทำความรู้จักกลไกการเกิดแผล

แผลกดทับ (Pressure Sore) คือ ภาวะที่เนื้อเยื่อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายถูกกดทับเป็นเวลานาน จนเส้นเลือดฝอยถูกบีบอัด ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงผิวหนังและกล้ามเนื้อได้ตามปกติ เมื่อเนื้อเยื่อขาดออกซิเจนและสารอาหารอย่างต่อเนื่อง เซลล์จะเริ่มเสื่อมสภาพ อักเสบ และพัฒนาเป็นแผลเปิดในที่สุด

แผลกดทับเกิดจากอะไร ? และปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง

แผลกดทับไม่ได้เกิดจากแรงกดเพียงอย่างเดียว แต่มีหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

  • แรงกดทับโดยตรง : การอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ ทำให้บริเวณปุ่มกระดูก เช่น ก้นกบ ส้นเท้า และสะโพก รับแรงกดต่อเนื่อง
  • แรงเสียดสีและแรงเฉือน : การเคลื่อนย้ายตัวผู้ป่วยหรือผิวหนังเสียดสีกับพื้นผิวที่ไม่เรียบ ทำให้ผิวหนังอ่อนแอและเกิดแผลได้ง่าย
  • ความชื้นสะสม : เหงื่อ ปัสสาวะ หรืออุจจาระ ทำให้ผิวหนังเปื่อยและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • ปัจจัยภายในของผู้ป่วย : เช่น ภาวะขาดโปรตีน หรือโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน ที่ทำให้แผลหายช้า

แผลกดทับมีกี่ระดับ ? เช็กอาการเบื้องต้นให้ทันท่วงที

การแบ่งระดับของแผลช่วยให้วางแผนการดูแลได้เหมาะสม โดยแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่

  • ระดับ 1 : ผิวหนังมีรอยแดงจัด เมื่อกดแล้วรอยแดงไม่จางหายไป แต่ผิวหนังยังไม่มีการฉีกขาด (ระยะนี้ควรเริ่มป้องกันทันที)
  • ระดับ 2 : ผิวหนังชั้นนอกเริ่มถลอกหรือแตกออก เห็นเป็นแผลตื้น ๆ หรือเป็นตุ่มพองน้ำ
  • ระดับ 3 : แผลลึกทะลุชั้นผิวหนังลงไปถึงชั้นไขมัน เห็นเป็นหลุมชัดเจน อาจมีหนองหรือเนื้อตายร่วมด้วย
  • ระดับ 4 : รุนแรงที่สุด แผลลึกมากจนเห็นถึงกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือกระดูก มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเข้ากระแสเลือดสูง

แผลกดทับมีกี่ระดับ ตั้งแต่ผิวหนังแดงจนถึงแผลลึกระดับรุนแรง

วิธีป้องกันแผลกดทับ สำหรับผู้ป่วยติดเตียง

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง การสร้างวินัยในการดูแลจะช่วยลดโอกาสเกิดแผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปรับท่าทางและลดแรงกดทับ

  • พลิกตัวผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง เพื่อลดแรงกดสะสม
  • ใช้หมอนหรืออุปกรณ์รองรับตามจุดเสี่ยง เช่น ส้นเท้า เข่า หรือสะโพก
  • เลือกใช้ที่นอนลมหรือเบาะลดแรงกด เพื่อช่วยกระจายน้ำหนัก

ดูแลสุขอนามัยผิวหนัง

  • รักษาผิวให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ
  • เปลี่ยนผ้าอ้อมทันทีเมื่อเปียกชื้น
  • ใช้โลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการเสียดสีของผิว

เสริมโภชนาการให้เหมาะสม

  • เน้นอาหารโปรตีนสูง เช่น ไข่ ปลา เนื้อสัตว์
  • เพิ่มวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยซ่อมแซมผิว
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อรักษาความยืดหยุ่นของผิวหนัง

แนวทางและวิธีรักษาแผลกดทับ เมื่อเริ่มมีอาการ

หลายคนพยายามหาสูตรรักษาแผลกดทับ แต่ในความเป็นจริงแล้ววิธีรักษาแผลกดทับที่ได้ผลดีที่สุดคือการรักษาความสะอาดและลดแรงกดทับในบริเวณนั้น ๆ

  • การล้างแผลที่ถูกวิธี : ใช้น้ำเกลือในการล้างแผล หลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ชะล้างบาดแผลโดยตรง เพราะจะทำลายเนื้อเยื่อที่กำลังสร้างใหม่
  • ใช้วัสดุปิดแผลที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว : ควรเลือกใช้แผ่นปิดแผลประเภท Hydrocolloid หรือ Foam Dressing เพื่อรักษาความชุ่มชื้นที่พอเหมาะ ทั้งยังช่วยดูดซับของเหลวได้ดี และลดความเจ็บปวดขณะเปลี่ยนแผล

สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

หากผู้ดูแลพบอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

  1. แผลมีกลิ่นเหม็นรุนแรง หรือมีหนองไหลออกมาไม่หยุด
  2. มีเนื้อตายสีดำหรือสีเหลืองปกคลุมบริเวณบาดแผล (ต้องได้รับการตัดแต่งเนื้อตายโดยแพทย์)
  3. เนื้อเยื่อรอบแผลบวมแดง ร้อน และลุกลามกว้างขึ้น
  4. ผู้ป่วยมีอาการไข้สูง หนาวสั่น หรือซึมลง ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะติดเชื้อ

ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ลดความเสี่ยงแผลกดทับอย่างถูกวิธี

การดูแลแผลกดทับไม่ใช่แค่การรักษาเมื่อเกิดแผล แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การป้องกันอย่างถูกวิธี การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม เช่น เบาะลม เตียงผู้ป่วย หรืออุปกรณ์ช่วยพลิกตัว จะช่วยลดแรงกดทับและเพิ่มความสะดวกในการดูแลผู้ป่วย

หากต้องการตัวช่วยในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงให้ปลอดภัยอย่างถูกวิธี สามารถเลือกอุปกรณ์คุณภาพได้ที่ The Selection แหล่งรวมของใช้ผู้ป่วยติดเตียงที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี ทั้งเบาะกันแผลกดทับ เตียงปรับระดับ และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ที่ช่วยให้การดูแลเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ คือกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยงของแผลกดทับ และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวัน

ข้อมูลอ้างอิง

  1. แผลกดทับ อย่าปล่อยไว้ให้รุนแรง. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/content/pressure-ulcers
  2. แผลกดทับ. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.bumrungrad.com/th/conditions/pressure-ulcer

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแผลกดทับ (FAQs)

Q: แผลกดทับใช้เวลารักษานานแค่ไหนถึงจะหาย ?

A: ระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของแผล หากเป็นระยะเริ่มต้นอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วันถึงสัปดาห์ แต่หากเป็นแผลลึกอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน และต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องจากผู้เชี่ยวชาญ

Q: ผู้ป่วยที่นั่งรถเข็นมีความเสี่ยงแผลกดทับหรือไม่ ?

A: มีความเสี่ยงเช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณก้นกบและสะโพก เนื่องจากเป็นจุดรับน้ำหนักหลัก จึงควรปรับท่านั่งเป็นระยะ และใช้เบาะรองนั่งที่ช่วยลดแรงกดทับ

Q: ควรใช้แป้งหรือยาทาทั่วไปทาบริเวณที่เสี่ยง เพื่อป้องกันแผลกดทับหรือไม่ ?

A: ไม่แนะนำ เนื่องจากแป้งอาจทำให้ผิวหนังอับชื้นและเกิดการเสียดสีมากขึ้น ควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการระคายเคืองแทน

Q: ผู้ป่วยที่ผอมมากมีโอกาสเกิดแผลกดทับมากกว่าหรือไม่ ?

A: มีโอกาสสูง เนื่องจากมีชั้นไขมันรองรับแรงกดน้อย ทำให้ปุ่มกระดูกกดทับผิวหนังได้ง่าย จึงต้องดูแลเรื่องการรองรับแรงกดและโภชนาการอย่างเหมาะสม

Q: หากแผลกดทับเริ่มดีขึ้นแล้ว สามารถหยุดดูแลเฉพาะจุดได้หรือไม่ ?

A: ไม่ควรหยุดทันที เพราะแม้แผลจะดีขึ้นแล้ว แต่ก็ควรดูแลต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดแรงกดทับ รักษาความสะอาด และเสริมโภชนาการ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำและช่วยให้แผลฟื้นตัวได้สมบูรณ์

 

ช้อปสินค้าเพิ่มน้ำนมและบำรุงร่างกายอื่นๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

ดูทั้งหมด

เฉพาะสมาชิก LINE The Selection รับส่วนลด 10% เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ Lavita, BREA, OWA และ Phymon

SCG ONNEX Active Air Quality นวัตกรรมอากาศสะอาด

฿20,900.00

Cassius นมมะม่วงหิมพานต์เผา

฿59.00

Mustela Thailand สกินแคร์สำหรับแม่และเด็ก

฿399.00

Eggyday ผลิตภัณฑ์จากไข่ขาว

฿79.00

BREA Kids Sunscreen SPF50 PA+++

฿560.00

BREA Whitening Arbutin Cream

฿600.00

Sebamed – Baby Sebamed Body Lotion โลชั่นบำรุงและถนอมผิวเด็ก สำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย (400 มล.)

฿380.00